# AI พื้นฐาน

ถ้าถามหลายๆคนว่าอยากเอา **AI** มาใช้ในงานของเราไหม แทบจะทุกคนก็อยากที่จะเอามันใช้หมดนั่นแหละ แต่พอถามว่าแล้วจะทำ AI ยังไงกันดีล่ะ? หลายๆคนก็เริ่มเบือนหน้าหนีเพราะอาจจะเคยเห็นเคยทำแล้วพบว่ามันยาก เพราะในเทคโนโลยีหลายๆอย่างในสมัยก่อน AI เกิดขึ้นยากจริงๆนั่นแหละ แต่ใน**ปัจจุบันการทำ AI กลายเป็นเรื่องง่าย**ไปแล้ว เพราะปัญหาการเขียน AI ที่มันยากๆ มันก็เกิดขึ้นกับทุกคนบนโลก รวมถึงผู้ให้บริการคลาว์เจ้าใหญ่ๆด้วยเช่นกัน เพราะพวกเขาก็ทำ AI ใช้งานเองเหมือนกัน ซึ่งพอไหนๆก็ทำเองใช้เองอยู่แล้ว เขาก็เลยทำให้มันออกมาใช้งานได้ง่ายๆแม้แต่เด็กก็สามารถใช้งานได้เชื่อไหมล่ะ?

## 🤔 AI คืออะไร ?

ก่อนที่เราจะลองเขียน AI เราควรเข้าใจให้ตรงกันก่อนว่า AI คืออะไร ซึ่งคำว่า **AI** หรือ **Artificial intelligence** พอแปลออกมาแล้วจะได้ความหมายว่า **ปัญญาประดิษฐ์** โอ้วแม้เจ้า! พออ่านแล้วก็ยังไม่เข้าใจอยู่ดีว่าอะไรคือ AI กันแน่ และในตำราแต่ละสำนักก็นิยาม AI ออกหลายแบบเลย แต่มีนิยามนึงที่พวกผมชอบนั่นคือ

> AI คือการทำให้คอมพิวเตอร์ฉลาด โดยความฉลาดนั้น **เทียบเท่าหรือดีกว่าสิ่งที่คนทำได้**

**เทียบเท่าหรือดีกว่า** เช่น เอาคนมานั่งคุยกับ AI แล้วคนไม่สามารถแยกได้แล้วว่าเขากำลังคุยกับคนหรือ AI นั่นเอง

## 🤔 **ทำไมต้องทำให้คอมมันฉลาดด้วยล่ะ ?**

เป้าหมายที่เราทำให้คอมฉลาดเทียบเท่าหรือดีกว่าคนนั้นก็เพื่อ **ช่วยลดภาระงานของคน** เช่น ในการตรวจมะเร็งลำไส้ เราจะให้คนไข้กลืนแคปซูลที่มีกล้องติดไว้ แล้วปล่อยให้กล้องบันทึกการเดินทางเพื่อเก็บวีดีโอภายในลำไส้นั่นเอง ซึ่งโดยรวมๆก็ใช้เวลาเป็น 10 กว่าชั่วโมง และโดยปรกติเราก็จะเอาวีดีโอพวกนั้นมาให้หมอนั่งดูว่ามีอะไรผิดปรกติหรือเปล่า โดยปรกติถ้าหมอนั่งดูจนจบก็หมดวันละ ดังนั้นหมอไม่ต้องทำอะไรกันพอดี! จากจุดนี้เองมันจะดีกว่าไหมที่ให้ AI มาช่วยดูวีดีโอพวกนี้แทนหมอ? ซึ่ง AI เพียงตัวเดียวมันสามารถนั่งดูวีดีโอเป็น 100,000 ตัวได้ทั้งวันโดยไม่บ่นอะไรเลย และถ้ามันมีความสามารถในการตรวจที่ใกล้เคียงกับหมอด้วยแล้ว งานของหมอก็จะยิ่งลดลงนั่นแหละประโยชน์ของมัน

## 🤔 สมัยนี้ AI ฉลาดขนาดไหน ?

ในตัวอย่างของ Microsoft เขาก็ทำการวิจัยออกมาเรื่อยๆว่าตัว AI ของเขามีความฉลาดใก้ลเคียงกับคนขนาดไหนแล้ว ซึ่งจากภาพด้านล่างในแต่ละปี AI ก็เก่งจนทำของเหล่านี้ได้เทียบเท่ามนุษย์แล้วนั่นคือ `การมองเห็น` `การแยกแยะเสียง` `การอ่านบทความแล้วสรุปเนื้อหา` `การแปลภาษ`

![](https://479516123-files.gitbook.io/~/files/v0/b/gitbook-legacy-files/o/assets%2F-Lm0_idNbY6k1lwp6hm4%2F-M1lfqlFTvI3gmheTI_q%2F-Lpx7CjPfoJ-8C8K14yy%2Fimage.png?generation=1583529122574421\&alt=media)

และไม่เพียงเท่านี้ AI หลายๆตัวที่ดังๆก็ทำในสิ่งที่มนุษย์เคยกล่าวว่ามันไม่สามารถชนะคนได้สำเร็จมาแล้วตามด้านล่างนี้เลย

**AlphaGo** - สามารถโค่นแชมป์โกะของโลกได้

![](https://479516123-files.gitbook.io/~/files/v0/b/gitbook-legacy-files/o/assets%2F-Lm0_idNbY6k1lwp6hm4%2F-M1lfqlFTvI3gmheTI_q%2F-Lshe7ZHqzIPxS-iynEH%2Fimage.png?generation=1583529167028103\&alt=media)

**OpenAI** - โค่นทีมแชมป์โลกของเกม Dota 2

![](https://479516123-files.gitbook.io/~/files/v0/b/gitbook-legacy-files/o/assets%2F-Lm0_idNbY6k1lwp6hm4%2F-M1lfqlFTvI3gmheTI_q%2F-Lw2KHuNZ0zTxnHx0tIq%2Fimage.png?generation=1583529165132518\&alt=media)

## 🤔 ทำไม AI ถึงเอาชนะคนได้ ?

จากตัวอย่างเรื่องหมอที่เล่าไปด้านบน เราก็จะเห็นว่า AI เพียงตัวเดียวมันสามารถทำของที่คนต้องใช้เวลาทำเป็น 10 ชั่วโมงให้เสร็จได้เพียงไม่กี่นาที โดยที่มันนั่งทำแบบนั้นได้ทั้งปีโดยไม่ต้องหยุดพักเลย อีกทั้ง AI มันยังสามารถให้ AI ตัวอื่นๆช่วยกันทำงานก็ได้ แล้วของทั้งหมดที่มันทำมันก็จะเป็นประสบการณ์ของ AI ที่สูงขึ้นไปเรื่อยๆ จนสุดท้ายมันก็จะเก่งกว่าคนเพราะ **AI มันสามารถเรียนรู้จากประสบการณ์ได้มากกว่าคนนั่นเอง**

ตัวอย่างที่เห็นภาพได้ชัดเจนสุดคือ **OpenAI** ที่ชนะทีมแชมป์โลกได้ เพราะตัวมันเองสามารถเล่นเกม Dota 2 ได้แบบไม่พักเลย และด้วยความที่มันเป็นคอมพิวเตอร์เลยทำให้ **1 วันมันสามารถเล่นนเกม Dota 2 เป็นเวลาเท่ากับที่มนุษย์เล่นถึง 180 ปี!!** และด้วยการที่มันเป็น **Machine Learning** มันเลยสามารถเรียนรู้ **วิธีที่ดีที่สุด** ในการเอาชนะอีกฝั่งได้

## 🤔 ทำไม AI ถึงมาแรง ?

จริงๆศาสตร์ของ AI มีมานานม๊วกๆๆ เกือบ 60 ปีแล้วตั้งแต่ปี ค.ส.1956 นู่นเลย แต่สาเหตุที่มันไม่ดังเท่าที่ควรก็เพราะ **องค์ประกอบในการทำ AI มันไม่ครบ** ซึ่งของสำคัญในการทำ AI คือ `Data`, `Processing Power`, `Algorithms` ซึ่งในสมัยก่อนเราไม่มีของพวกนี้ครบ และถ้าจะมีก็ต้องเป็นองค์กรขนาดใหญ่เท่านั้นถึงจะสามารถทำ AI ออกมาได้

เคยมีครั้งนึง **Google** ทำโปรเจคตรวจสอบว่าในวีดีโอมีแมวอยู่หรือเปล่า เชื่อไหมว่าในตอนนั้นเขาต้องใช้เครื่องคอมพิวเตอร์ที่มี 16,000 computer processors เลยทีเดียว จากที่ว่ามาก็น่าจะเห็นแล้วว่าบริษัททั่วโลกคงจะมีไม่กี่จ้าวที่สามารถทำเรื่องพวกนี้ได้

![โปรเจคกู้โลกหาน้องเหมี๊ยวในวีดีโอ](https://479516123-files.gitbook.io/~/files/v0/b/gitbook-legacy-files/o/assets%2F-Lm0_idNbY6k1lwp6hm4%2F-M1lfqlFTvI3gmheTI_q%2F-LpkZIDBpegVN6o75bsj%2Fimage.png?generation=1583529179074949\&alt=media)

แต่ในปัจจุปัญหาที่ว่ามาถูกทำลายไปแล้ว เพราะการเข้ามาของ **ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4** ทำให้เรามี `Big Data`, `Cloud Computing` และ `องค์ความรู้` จนครบทุกองค์ประกอบของมันแล้ว เลยทำให้ปัญหาพวกนั้นหมดไป อีกทั้งการเข้ามาของผู้ให้บริการคลาว์ยิ่งทำให้การทำ AI กลายเป็นเรื่องง่ายจนทุกคนก็สามารถทำเองได้ด้วย เลยทำให้**ในสมัยนี้แม้แต่เด็กประถมก็สามารถสร้าง AI เป็นของตัวเองได้แล้ว**

อันนี้เป็นคำพูดของนักศึกษาต่างประเทศที่มาลองใช้คลาว์ของ Microsoft แล้วได้พูดว่า

> I spent last semester building a regression model in Python, and I just did the same thing in 10 minutes with Azure ML.
>
> ผมใช้เวลาเขียน AI ด้วย Python ในเทอมที่แล้วทั้งเทอมเลย แต่ทั้งหมดนั่นกลับใช้เวลาทำเพียง 10 นาทีบน Azure Machine Learning

{% hint style="success" %}
**ปฏิวัติอุตสาหกรรมครั้งที่ 4 และคลาว์**\
ถ้าสนใจรายละเอียดว่ามันเกิดขึ้นได้ยังไงและมีอะไรบ้าง หรืออยากลองใช้งานคลาว์สามารถดูได้จากบทความใน side menu หรือจะกดจากลิงค์นี้ก็ได้ครับ [👶 Cloud พื้นฐาน](https://saladpuk.gitbook.io/learn/basic/cloud101)
{% endhint %}

## 🎯 บทสรุป

การเขียน AI ในปัจจุบันไม่ได้ยุ่งยากเหมือนในอดีตแล้ว และ**มันง่ายเสียจนเด็กประถมก็สามารถทำได้** ดังนั้น developer รุ่นใหม่ๆควรจะหันมาศึกษาการทำ AI อย่างจริงจังเพราะในอนาคตของทุกอย่างก็จะวิ่งเข้าหา AI จนหมดแล้ว

{% hint style="success" %}
**แนะนำ**\
สำหรับคนที่สนใจอยากลองเขียน AI ที่ง่ายขนาดเด็กก็เขียนได้ ให้ลองเข้าไปดูได้ที่ลิงค์ด้านล่างนี้นะครับ ซึ่งกำลังเขียนทีละบทเรื่อยๆอยู่ ลองติดตามดูได้เด้อ
{% endhint %}

{% content-ref url="../cloud/machine-learning-studio" %}
[machine-learning-studio](https://www.saladpuk.com/cloud/machine-learning-studio)
{% endcontent-ref %}
