# หลักการตั้งคำถามให้ AI (3/5)

ในบทความนี้เราจะมาดูวิธีการตั้งคำถามเพื่อให้ AI หาคำตอบให้กับเรา โดยปรกติแล้วเราอยากให้ AI ตอบคำถามอะไรเราก็ได้ทั้งนั้น แต่**คำถามแบบไหนล่ะถึงจะเป็นมีประโยชน์สามารถเอาไปใช้ต่อยอดได้ ?** ดังนั้นในรอบนี้เราจะมาดูหลักในการตั้งคำถามเพื่อให้ AI หาคำตอบมาให้เราใช้งานต่อกันครับ

{% hint style="success" %}
**แนะนำให้อ่าน**\
บทความนี้เป็นส่วนหนึ่งของบทความ [**👶 Data Scientist**](https://saladpuk.gitbook.io/learn/basic/data-scientist) หากเพื่อนๆสนใจอยากรู้หลักการของพวก Data science ทั้งหมดแนะนำให้ไปอ่านบทความหลักได้โดยการจิ้มชื่อสีฟ้าๆนั้นเลยนะครับ ส่วนใครที่อยากลองสร้าง AI เป็นของตัวเองก็สามารถดูตัวอย่างได้จากบทความด้านล่างนี้ครับ\
[**สร้าง AI ตัดสินใจอนุมัติบัตรเครดิต 💳**](https://saladpuk.gitbook.io/learn/cloud/machine-learning-studio/credit-risk)
{% endhint %}

## 🤔 ทำไมต้องตั้งคำถามให้ AI ?

แม้ว่า AI มันจะฉลาดแค่ไหนก็ตาม แต่ถ้าคนใช้ไม่รู้วิถีถามคำถามแล้วละก็ มันก็ไม่ต่างจากที่เราไม่มี AI นั่นเอง เช่น สมมุติว่าเราสร้าง AI ที่รู้ทุกเรื่องในจักรวาล แล้วเราไปถามมันว่าวันพรุ่งนี้หุ้นตัวนี้จะเกิดอะไรขึ้น? เจ้า AI อาจจะตอบกลับมาว่า ราคามันจะเปลี่ยนไปจากวันนี้ก็ได้ ซึ่งคำตอบที่เราได้รับมามันแทบจะไร้ประโยชน์เลย เพราะคำถามของเรากว้างจนเกินไปนั่นเอง แต่มันจะต่างออกไปถามเราถามมันว่า พรุ่งนี้หุ้นตัวนี้ราคาจะขึ้นหรือจะลงอะไรทำนองนี้ ดังนั้นน่าจะพอเห็นภาพตัวอย่างแล้วนะว่า **การตั้งคำถาม** นั้นสำคัญต่อ AI ขนาดไหน ดังนั้นเราจะมาดูกันว่าในเชิง Data science นั้นเขามีหลักการในการตั้งคำถามให้กับ AI ยังไงบ้าง ถึงจะได้ข้อมูลที่มีประโยชน์และเอามาใช้งานต่อได้

## 🔥 ตั้งคำถามให้ตรงประเด็น

![](/files/-LpJtm3mBao65GfeP8f2)

คำถามหรือโจทย์ที่เราจะให้ AI ไปหาคำตอบมานั้นไม่ควรเป็นคำถามที่กว้างเกินไป หรือ คลุมเครือเกินไป เช่น วันพรุ่งนี้โลกจะเป็นยังไง? วันพรุ่งนี้สภาพอากาศของทั้งโลกจะเป็นยังไง? ลองจินตนาการง่ายๆว่าเราได้ยักษ์จินนี่ในตะเกียงมาให้พรเราละ แต่เราดันไปขอพรแบบคลุมเครือๆ เช่น ข้าอยากเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลก! ซึ่งสิ่งที่จินนี่เสกให้เราอาจะไม่ใช่เงินทองหรือยศถาบรรดาศักดิ์ก็เป็นได้ เพราะคำว่ามีความสุขมันกว้างมากจนตีความได้หลายแบบ ดีไม่ดีคนที่จนที่สุดแต่เขาพอใจในรูปแบบชีวิตแบบนั้น เขาก็อาจจะเป็นคนที่มีความสุขที่สุดในโลกก็ได้นั่นเอง

ดังนั้นถ้าเราอยากได้คำตอบอะไรจาก AI เราจะต้อง**บีบคำถามเราให้ตรงไปที่เรื่องนั้นๆเลย** เช่น ราคาทองคำวันพรุ่งตอนปิดตลาดมันจะขึ้นหรือลงกี่ %, หรือ คนที่มีพฤติกรรมแบบนี้มีความเสี่ยงที่จะเป็นโรคนี้กี่ % บลาๆ จากตัวอย่างที่ว่ามาจะเห็นว่าคำถามที่ควรตั้งให้ AI นั้นมันชัดเจนไม่คลุมเครือนั่นเอง เพราะคำถามที่คลุมเครือต่อให้ AI ฉลาดแค่ไหนมันก็ตอบได้แบบกว้างๆเท่านั้นเอง

## 🔥 ข้อมูลที่เราป้อนให้มันมีคำตอบอยู่หรือเปล่า ?

![](/files/-M1lfwiB5igvpdROVf_y)

ทำไมในข้อมูลที่เราส่งให้ AI ไปเรียนรู้จะต้องมีคำตอบอยู่ในนั้นด้วยล่ะ? ลองคิดง่ายๆนะว่าต่อให้เป็นคนอัจฉริยะแค่ไหน ก็ตามถ้าเราส่งข้อมูลราคาน้ำมันตลอด 10 ปีที่ผ่านมาไปให้เขาวิเคราะห์ เพื่อหาว่าคนชอบกินกาแฟคาปูชิโน่มากกว่ากาแฟเอ็กเพรสเป็นอัตราส่วนเท่าไหร่? เขาจะตอบได้ไหม? เพราะมันไม่สามารถหาคำตอบได้จากข้อมูลที่ส่งไปให้ยังไงล่ะ หรือต่อให้หาได้แล้วเราจะวัดผลมันยังไง ว่ามันถูกต้องขนาดไหน?

ดังนั้นทุกครั้งที่เราตั้งคำถามให้กับ AI เราควรดูด้วยว่าข้อมูลที่เราส่งไปให้มันเรียนรู้นั้น มันมีคำตอบอยู่ในนั้นหรือเปล่าด้วย เช่น ถ้าเราตั้งคำถามว่า "ในการไปตกปลาที่แม่น้ำสายนี้มีโอกาสเท่าไหร่ที่จะตกปลาได้" นั่นหมายความว่า ข้อมูลที่เราส่งไปให้ AI เรียนรู้นั้น ก็ควรจะมีบันทึกจำนวนปลาที่ตกได้ในแต่ละครั้งด้วยนั่นเอง

{% hint style="success" %}
**ข้อมูลที่เหมาะสมในการสร้าง AI**\
ในหลักของ Data science นั้นมีหลักปฏิบัติพื้นฐานในการเลือกข้อมูลอยู่หลายวิธี ถ้าเพื่อนๆสนใจสามารถอ่านได้จากบทความนี้เลยครับ [**การเตรียมข้อมูลให้ AI (2/5)**](https://saladpuk.gitbook.io/learn/basic/data-scientist/data-ready)\*\*\*\*
{% endhint %}

## 🔥 การเปลี่ยนคำถามใหม่

![](/files/-LvALo3zDHgetTDceYck)

ในบางครั้งที่เราถามคำถามให้กับ AI ในบางครั้งเราก็อาจจะต้องหยุดแล้วนั่งพิจารณาดูว่าเราควรคำถามแบบนั้นจริงๆหรือเปล่า หรือควรถามอะไรถึงจะได้ผลลัพท์ที่มีประโยชน์ต่อการตัดสินใจกันแน่ เช่น จากข้อมูลแบบนี้ควรเดินไปทางซ้ายทางขวาหรือเดินตรงไป สมมุติว่า AI มันตอบเรากลับมาว่า ควรเดินไปทางขวา เราจะไม่สงสัยเลยเหรอว่าทำไมต้องเดินไปทางขวา? แล้วทางซ้ายกับตรงไปมันไม่ดียังไง? ซึ่งลักษณะนี้เราอาจจะต้องเปลี่ยนคำถามมันใหม่ว่า จากข้อมูลแบบนี้อัตราการเกิดอุบัติเหตุในการเดินไปทางซ้ายทางขวาและเดินตรงไปมีสูงขนาดไหน เพื่อใช้ในการวัดตัดสินใจเชิงตัวเลขได้ดีขึ้นนั่นเอง ดังนั้นในการถาม yes/no ในบางทีก็อาจจะเปลี่ยนมาใช้ผลลัพท์เชิงตัวเลขแทน หรือเปลี่ยนผลลัพท์เป็นการจัดกลุ่มก็เป็นได้ เพื่อให้คำตอบนั้นตอบโจทย์เราได้ตรงจุดที่สุดนั่นเอง

{% hint style="success" %}
ผลลัพท์ของคำถาม\
ผลลัพท์จากการตั้งคำถามให้กับ AI นั้นมีทั้งหมด 5 รูปแบบ ถ้าเพื่อนๆสนใจอยากรู้ว่าเราสามารถเปลี่ยนคำถามให้ AI ตอบผลลัพท์มาเป็นแบบไหนได้บ้าง สามารถกดอ่านได้จากลิงค์นี้เลยครับ [**การเลือก Algorithms ให้ AI (1/5)**](https://saladpuk.gitbook.io/learn/basic/data-scientist/algorithms-category)\*\*\*\*
{% endhint %}

## 🎯 บทสรุป

การตั้งคำถามให้กับ AI นั้นเป็นหนึ่งในหัวใจสำคัญของวงการนี้เลยทีเดียว เพราะต่อให้เรามีทุกอย่างในมือครบหมด แต่เราไม่สามารถถามในสิ่งที่เราต้องการได้ เราก็จะไม่สามารถใช้ประโยชน์จากมันได้นั่นเอง ดังนั้นก่อนที่เราจะสร้าง AI เราควรจะคิดให้ดีก่อนว่า **เราอยากได้อะไรจาก AI ตัวนี้กันแน่** เพื่อที่เราจะสามารถตั้งคำถามได้ตรงจุดในสิ่งที่เราอยากรู้นั่นเอง


---

# Agent Instructions: Querying This Documentation

If you need additional information that is not directly available in this page, you can query the documentation dynamically by asking a question.

Perform an HTTP GET request on the current page URL with the `ask` query parameter:

```
GET https://www.saladpuk.com/basic/data-scientist/questions.md?ask=<question>
```

The question should be specific, self-contained, and written in natural language.
The response will contain a direct answer to the question and relevant excerpts and sources from the documentation.

Use this mechanism when the answer is not explicitly present in the current page, you need clarification or additional context, or you want to retrieve related documentation sections.
